BIKE | Sideways

posted on 11 May 2012 02:43 by heyboibz in TRAVEL directory Lifestyle, Travel


ก่อนเข้าสู่สังคม ผมเข้าข้างทาง
ก็เหมือนกันกับนักท่องเที่ยวบางกลุ่มบางคน
การเลือกที่จะใส่ใจข้างทางเป็นสิ่งสนุกและสิ่งสุขที่พึงกระทำ
ปลายทางอาจสุขใจเพียงช่วงเวลาที่แค่ได้ไปถึง
แต่ข้างทางที่เรามองผ่านเลยไป
ผ่านแล้วผ่านเลย ย้อนกลับมารู้สึกอีกไม่ได้แล้ว
เหมือนเป็นจริตส่วนตัว
ข้างทางที่มีความน่าสนใจ มักจะซ่อนอยู่
ต้องลอบมองลอดมุมไม้เข้าไปนิดหน่อย
ก็จะพบกับความงามน่ารักของข้างทาง
เข้าข้างทาง ก่อนเข้าสังคม

01

หมู่บ้านหนึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ริมแม่น้ำโขง
ผมจำชื่อหมู่บ้านไม่ได้ แสดงว่าหากอยากย้อนกลับมาที่นี่อีกครั้ง
อาจต้องมองข้างทางบ่อยกว่าที่เคยปกติเป็น
หมู่บ้านนี้น่ารักโดยใช่เหตุ
ความจริงแล้วหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านแรกในระยะที่เรานัดกันว่าจะพักพอดี
ครบรอบความเหนื่อย เหนื่อยกำลังดี จึงต้องหาที่พัก และรวมพล
บนถนนที่ร้อนระอุ ทั้งหมู่บ้านดูสงบไร้ผู้คน
อาจเพราะอากาศร้อน อาจเพราะไปทำไร่ไถนา หรืออาจเพราะอื่นๆ
หมู่บ้านนี้จึงเงียบสงบเข้าสำนวนไกลปืนเที่ยงจนได้ยินแค่เสียงเป่าสาก
นอกจากเสียงที่ว่าก็มีแค่เสียงลมหวีดหวิวที่พัดเข้ามา
โชคดีที่บ้านหลังหนึ่งเปิดเพลงเสียงดัง (ไปหน่อย) แทรกเข้ามา
อย่างน้อยก็ยังชื้นใจว่ายังอยู่เมืองไทย
(หรืออาจไม่ใช่ เพราะสัญญาณวิทยุข้ามน้ำไปได้โดยไม่ต้องว่ายทวน)

ซอยเล็กๆ ถนนลูกรังชี้ชวนให้เราเมียงมอง
ที่ปลายทางตรงนั้น มีสถานที่เราชอบและชื่นชมอยู่ในใจซ่อนอยู่
ปั่นไปตามทางเล็กๆ อย่างระมัดระวัง
ดินลูกรังและกรวดเป็นตัวการที่ดีในการล้มง่ายดาย
แล้วเราก็มาถึงฝั่ง และมาถึงฝัน

ไม่รู้ว่าเทศบาล อบต. หรือทุนจากที่ใด หรือชาวบ้านร่วมใจกัน
เลยเกิดเส้นทางริมแม่น้ำโขงที่น่ามาเดินเล่นเย็นใจเป็นที่สุด
เราตัดสินใจปั่นไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ จนสุดทาง
ตลอดแนวแม่น้ำโขง ตลอดแนวทาง คือตลอดทั้งหมู่บ้าน
อิจฉาคนที่นี่ ได้วิ่งไปชมโขงไป
เพื่อไม่ให้ตาร้อนไปกว่านี้ เราจึงปั่นไปชมโขงไปเช่นกัน

ไม่เห็นจะต้องใช้ชีวิตให้น่าอิจฉา
เพราะถ้าเราเห็นความงามอยู่ตรงหน้า และใช้ชีวิตให้ธรรมดา
คนอื่นๆ ก็จะอิจฉาเราเองโดยไม่รู้ตัว

อิจฉาผมไหม?



02

จุดพักสุดท้ายก่อนเข้าสังคม
กลุ่มจักรยานแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกขอเข้าสังคมกันไปก่อน
อาจเพราะเหนื่อยอ่อนมามาก หรือเหตุผลอื่นๆ ไม่อาจล่วงรู้ได้
แต่ที่เรารู้ แยกออกไปไม่ถึงห้ากิโลเมตร
คือน้ำตกชื่อว่า ธารทิพย์

อากาศร้อน ใครๆ ก็ต้องการน้ำตก
ความเย็นของมันชื่นใจกว่าดื่มน้ำเย็นแช่ตู้
ถนนหนทางสู่น้ำตกธารทิพย์ไม่ยากลำบาก
แต่ก็โหดพอควรเมื่อมันคือเนินสูง และเราถีบส่งตัวเองขึ้นไปอย่างยากยิ่ง
แต่ก็คุ้มค่าการเหนื่อยหอบ
เราแบกจักรยานกันไปตามทางเดินเล็กๆ เลียบลำธาร
ก่อนเข้าสู่น้ำตกแอ่งที่หนึ่ง

หน้านี้น้ำน้อย
เราเลยถือโอกาสที่ธรรมชาติมอบให้ ยกจักรยานลงไปถ่ายคู่น้ำตกเสียเลย
บรรยากาศร้อนอบอ้าวเพราะแดดที่ส่องถึงพื้น
แต่การได้พักเท้าแล้วแช่น้ำเรื่อยเปื่อยเป็นสิ่งที่สิงห์นักปั่นอยากกระทำ
เราจึงกระทำ พ่วงไปกับการกินขนมทอดอะไรสักอย่าง
ที่ซื้อมาจากหมู่บ้านก่อนหน้านี้ที่เราแวะพัก
รสชาติเหมือนขนมปังหน้าหมูทอด แต่ขนาดเหมือนของกินพกพาง่าย
สะดวก อร่อย และแปลกดี

พี่นัทหนึ่งในสมาชิกทีม Human Ride ขอทรมารต้นขาปีนขึ้นไปชั้นบนต่อ
ก่อนตะโกนกลับลงมาว่า "ข้างบนสวยมาก"
ผมกับพี่แตงโม จึงลองวิ่งตามไปสมทบ
พี่เอี่ยวกับพี่หมีขออยู่ที่เดิม เพราะไม่อยากเดินขึ้นไป
"ข้างบนสวยมาก สวยจริงๆ ขึ้นมาเถอะ!!!"
พวกเราตะโกนลงไปพร้อมกันลั่นป่า
ชั้นบนสวยจริงๆ ผาน้ำตกสูงเหยียดแหงนคอ
บวกกับสายน้ำที่ไม่ได้แล้งอย่างที่คิดเอาไว้
ก็แทบทำให้เราอยากอยู่น้ำตกนี้ไปอีกนาน เท่าที่จะมีเวลา
ในที่สุดทุกคนก็ทิ้งจักรยานไว้ที่น้ำตกชั้นแรก
และปีนบันไดชันขึ้นมาชั้นสอง
ทุกคนยิ้มอย่างพอใจ
"เห็นมั้ย บอกแล้ว ว่ามันสวยจริงๆ"

เราเคยถูกสอนกันมาว่า ในบางครั้ง หากต้องเหนื่อยมากกว่าเดิม
หรือหากต้องลำบากมากกว่า การเลือกที่จะพอใจและอยู่ที่เดิม
น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ไม่เหนื่อย ไม่เจ็บ เท่ากับที่เดิม อย่าเริ่มดีกว่า

แต่ในบางครั้ง การได้ทดลองอะไรใหม่ๆ ได้ลองทำตามคนที่เคยผ่านมาแล้ว
เจอมาแล้ว พบมาแล้ว ก็น่าจะเป็นทางที่ปลอดภัย ถ้าเค้าไม่หลอกเรา
เหมือนการขึ้นมาน้ำตกชั้นสอง ความจริงก็ไม่ค่อยอยากเชื่อพี่นัทสักเท่าไหร่
แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว อุตส่าห์มาทั้งที ก็ต้องลองดู

ถ้าโอกาสมันวิ่งมาหาเรา แล้วเรามีแค่ครั้งเดียว
นอกจากการจะต้องลองเชื่อคนอื่นแล้ว
ก็ต้องกลับมาถามตัวเองด้วยว่า พร้อมจะเชื่อคนอื่น
และพร้อมที่จะเชื่อในผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเราแล้วหรือยัง

"ข้างบนสวยมาก!!!"



03

อีก 26 กิโลเมตรถึงอำเภอสังคม
ความจริงบทนี้ควรเป็นบทที่ 2 เพราะผมเจอมันก่อน
แต่ด้วยความรู้สึก ผมอยากให้มันคือบทสุดท้ายของตอนนี้

เมรุเล็กๆ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง
ผมจอดข้างทาง ถ่ายรูป และคิดอะไรบางอย่าง

ถ้าที่พำนักสุดท้ายของชีวิตเป็นที่นี่ก็คงดี
เพราะเมื่อเราพ้นจากสังขารแล้ว
สิ่งแรกที่เราจะได้เห็น หรือรู้สึก หรือสัมผัส ก็น่าจะเป็นแม่น้ำโขงนี่แหละ

ความกลัว กับ ความตาย เป็นเรื่องใกล้เคียงกัน
กลัวเฉยๆ กับกลัวตาย เป็นคนละเรื่องกัน
ตอนนี้ผมกลัว

ก่อนออกเดินทาง ก่อนที่จะตัดสินใจมาปั่นจักรยานบนเส้นทางนี้
ผมกลัวไปหมดทุกอย่าง
กลัวปั่นไม่ได้ กลัวไม่พร้อม กลัวไม่ทันเขา กลับโดนรถชน กลัวๆๆๆ

ผ่านพ้นการเดินทางไปสองวัน ผมก็ยังกลัวอยู่ดี
บนเส้นทางที่ผมปั่นจักรยานอยู่คนเดียว
ทิ้งห่างทั้งคนหน้าและคนหลัง
ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
ถ้าเกิด... ร่างของผมจะได้เผา ณ ที่ตรงนั้นไหม?

วางแผน จัดการ คิด วิเคราะห์
ความตายจัดการได้เสียที่ไหน
แต่ความกลัวจัดการได้

ตอนนี้ผมไม่กลัวแล้ว
เพราะความกลัวเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเอง
สร้างได้ ก็ต้องกำจัดได้

ส่วนความสุข สร้างได้ สัมผัสได้
และกำจัดได้ยากยิ่ง ซึ่งผมว่าดี

สองเท้าปั่นไปเรื่อยๆ
หากความตายพุ่งเข้าหากระทันหัน ผมคงไม่กลัว
เพราะความสุขมันได้โอมล้อมรอบตัวผมเอาไว้หมดแล้ว

(ตอนต่อไป - สังคมบันเทิง)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------: