BIKE | Begin The Big Bike Journey

posted on 15 Mar 2012 02:15 by heyboibz in TRAVEL directory Lifestyle, Travel


เชียงคานในเช้าของปลายฤดูหนาวต้นฤดูร้อนเย็นสบายดี
ไม่หนาวมาก และไม่ร้อนมาก
ผู้คนไม่รีบร้อนลงจากรถทัวร์คันหนาวเหน็บ
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกใช้บริการรถสามล้อเครื่อง
ที่มารอรับกันตามปกติเมืองท่องเที่ยวไปแล้ว
ส่วนตัวผมนั้นลงมาจากรถเป็นคนสุดท้าย
พร้อมกับจักรยานที่เด็กรถเอาลงจากรถทัวร์
อย่างหล่อเหลาพร้อมรบ และครบสามสิบสองดีไม่มีรอยขีดข่วน

พี่ก้อง (ทรงกลด บางยี่ขัน-บ.ก.อะเดย์) ส่งเมสเสสมาบอกว่า
รออยู่ที่ตลาดเช้า ถ้าถึงแล้วก็โทรมาได้เลย
(คณะใหม่ที่มาร่วมปั่นมีทั้งหมด 4 คน
แต่ผมมาถึงก่อนเพราะขึ้นรถคนละเที่ยวกัน)
การปั่นจักรยานจากท่ารถซึ่งเป็นปั๊มน้ำมันก่อนเข้าตัวอำเภอเชียงคาน
มายังตลาดเช้าไม่ยากนัก เจอสามแยกหลักแล้วเลี้ยวขวา
ก่อนมองหาป้ายที่ทางเทศบาลทำเอาไว้ก็เป็นอันเจอตลาดแท้แน่นอน

มื้อเช้าของคนเชียงคานมีหลายแบบ แต่ถ้าเป็นแบบนักท่องเที่ยว
อาจเริ่มต้นที่ไข่กระทะ ปาท่องโก๋ ขนมปังฝรั่งเศสกันไป
โชคดีที่พี่เอี่ยว (ศิวภาค เจียรวนาลี-กอง บ.ก.อะเดย์) เดินมาบอกว่า
อีกฝั่งของตลาดมีซุ้มขายข้าวปุ้นแบบดั้งเดิมแท้ของเชียงคานอยู่
ควรจัดหนักเพื่อเติมพลังเพราะเส้นทางในวันนี้ยังอีกยาวไกลนัก

ใช่แล้ว ยังอีกยาวไกล เพราะเมื่อผมทานข้าวเช้าเสร็จ
เราจะไปเจอกับชาวคณะทั้งหมดที่เกสต์เฮาส์
ตรวจสอบความพร้อมของทั้งร่างกาย ทั้งจักรยาน และทั้งหมดทั้งมวลอีกครั้ง
ก่อนออกเดินทางช่วงแรกแบบเบาเบาะไปยังแก่งคุดคู้ ระยะทาง 5 กิโลเมตร

ข้าวปุ้นแบบเชียงคาน
คือขนมจีนที่จัดแจงใส่ชามพร้อมน้ำซุปรสคล้ายๆ แกงอ่อม
โรยหน้าด้วยเครื่องในหมูนานาชนิด ตามด้วยผักอีกนิดหน่อย
กินง่ายขายคล่อง
เพราะแม่ค้าวัยคุณย่านั่งบนตั่งเตี้ยแล้วขายแบบนั่งกินบนม้าเล็กน่ารักดี

เชียงคานในวันนี้หาร้านขายผ้านวมได้ยากยิ่งแล้ว
เมืองนี้เข้าสู่ความเป็นเมืองท่องเที่ยวที่อุดมไปด้วยเกสต์เฮาส์อย่างเต็มตัว
โชคดีที่กฏหมายทางด้านสถาปัตยกรรมยังพอมีส่วนช่วยให้
ทัศนียภาพของเมืองเล็กๆ เดินช้าริมแม่น้ำโขงไหลเชี่ยวไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก
ในคู่มือ Lonely Planet Thailand Edition ล่าสุดนิยามเชียงคานไว้อย่างน่าสนใจว่า
ถึงแม้ว่าเสน่ห์ในด้านผู้คนและวิถีชีวิตอาจจะหายไปหรือแทบไม่หลงเหลือแล้ว
แต่สิ่งที่เชียงคานยังคงมี และยังคงเป็นเสน่ห์อยู่เสมอคือวิวทิวทัศน์แม่น้ำโขง
ที่งามจับใจ และกลายเป็นเหตุผลที่ใครๆ ก็อยากมาเดินช้าที่เมืองนี้กัน

สำหรับตัวผมแล้วเชียงคานไม่อยู่ในตัวเลือกที่ดีนักของการพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาว
เมืองริมโขงแสนเก๋อีกจำนวนมากรอคอยให้นักท่องเที่ยวขาจรแวะเวียนไปนิยม
ตอนนี้ผมชอบนครพนมมากกว่า เพราะเคยไปแม้กระทั่งเลยวันปีใหม่มาแค่หนึ่งวัน
แต่ที่นี่กลับยังคงสงบและไร้กระแสการท่องเที่ยวแสนน่ากลัวมารบกวน

กลับมาที่เรื่องบนหลังอาน
จากตัวเกสต์เฮาส์ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง
ด้วยระยะทางสั้นๆ เพียง 5 กิโลเมตรจึงถือเป็นการวอร์มร่างกายเล็กน้อย
ก่อนออกเดินทางเข้าสู่เส้นใหญ่กว่านั้น คือการเดินทางไปยังอำเภอปากชม
เป็นระยะทางราวๆ 30 กว่ากิโลเมตร
ไม่ยาก และก็ไม่ง่าย

ถนนคอนกรีตมุ่งสู่แก่งคุดคู้สภาพไม่สู้ดีนัก
เหล่านักปั่นทั้งหลายจึงไม่ควรประมาทเส้นทางนี้
ปัจจุบันมุมมองของแก่งคุดคู้เปลี่ยนไป
เพราะจุดเดิมที่สวยแบบในอนุสาร อสท.
ถูกรีสอร์ทแห่งหนึ่งเก็บเอาไว้ไม่แบ่งใคร
เหลือไว้แค่อีกมุมมองที่ทางเทศบาลจัดสรรปันส่วน
เป็นชุมนุมร้านค้าจำนวนมากมายรองรับนักท่องเที่ยวแบบเวรี่ไทยตามเคย
พร้อมด้วยร้านขายอาหารทั่วไป ประเภทส้มตำไก่ย่างน้ำตกทางด้านล่าง
ซึ่งแม่น้ำโขงแห้งหายเหลือแค่หาดทรายให้เดินเล่นเพลินๆ

ออกจากแก่งคุดคู้มาเข้าสู่ถนนเส้นหลักคือ 203
ซึ่งเป็นเส้นที่จะให้เดินทางในตลอดทริปสู่หนองคาย
เหมือนถนนนี้นั้นเป็นของเรา
ความว่างเปล่าของถนนในบางช่วงทำให้เราได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง

ผมก้มหน้าปั่นจักรยานไปบนเส้นทางที่ไม่ราบเรียบนัก
บ้างมีหลุม บ้างมีบ่อ บ้างขึ้นเนิน บ้างลงเนิน
ความสนุกของการปั่นจักรยานทางไกลอยู่ตรงนี้
เหมือนมีใครเคยบอกเอาไว้
ขึ้นเนินให้ใช้เกียร์ต่ำ ลงเนินให้ใช้เกียร์สูง ช่วยได้มากเรื่องความเมื่อยล้าของขา
ยอมรับเลยว่าเหนื่อยมาก
เพราะมันเป็นครั้งแรกบนเส้นทางแสนไม่เคยชิน
เคยปั่นจักรยานในกรุงเทพฯแบบจริงจังระยะไกลแค่สามครั้งถ้วน
ก็ริมาลองปั่นเส้นใหญ่ให้ใจได้หวาดหวั่นเล่นๆ เสียแล้ว

ผ่านร้านรวงชุมชนมากมาย แต่จากการที่ตกลงกันไว้
คณะทั้งหมดจะพักกันครั้งแรกเมื่อผ่านพ้นไปแล้ว 10 กิโลเมตร
เป็น 10 กิโลเมตรที่ทรมาร แต่ก็ต้องทำให้ได้
อย่างน้อยเพื่อที่คณะที่เค้าปั่นมาไกลตั้งแต่เชียงใหม่
จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะปั่นไม่ไหว แล้วหมดแรงลงข้างทางไปเสียดื้อๆ

กฏของคณะทัวร์ริ่งมีอยู่ข้อหนึ่งที่ควรจำให้ขึ้นใจ "ถ้าไม่ไหว อย่าฝืน"
เพราะมันจำเป็นมากต่อการเคลื่อนตัวไปยังแต่ละจุดของคณะ
และเพื่อลดความเป็นห่วงจนเกินไปของทุกคนด้วย
เพื่อนร่วมคณะมาใหม่อีกหนึ่งคนเมื่อรู้ตัวว่าไม่ไหว
จึงขอขึ้นรถปิคอัพไปก่อนแล้วไปรอที่ปากชมนานแล้ว



บนเนินแรกที่เราพัก
วิวทิวทัศน์ที่ปรากฏตรงหน้าช่วยให้หายเหนื่อยได้เยอะ
ภูเขา แม่น้ำโขง เหมือนเป็นเพื่อนกันเสมอ
เพราะเราจะได้เห็นมันทั้งคู่ตลอดสองข้างทางที่ปั่นไป
อย่ารีรอและคอยนาน เพราะยังเหลือระยะทางอีกตั้งราวๆ 20 กิโลเมตร

การออกปั่นแต่เช้าช่วยได้มากในเรื่องการเก็บแรงและพลังในการปั่น
เพราะอุปสรรคที่ทัวร์ริ่งทุกคนกลัวที่สุดอาจไม่ใช่รถราบนท้องถนน
หากแต่เป็นพลังธรรมชาติอย่างแดดร้อนจี๋ที่พร้อมจะจับตัวใครสักคน
ให้เป็นพิษเป็นลมล้มคว่ำไปเสียดื้อๆ ได้ในไม่นานความระอุ
นั่นคือเหตุผลที่เราต้องรีบปั่นแต่เช้า เพื่อให้ถึงที่หมายช้าสุด
อย่างน้อยก็สักก่อนเที่ยง แต่ไม่ควรเลยเถิดไปถึงบ่ายแก่
เพราะมันหมายถึงความเร็วที่อาจช้าลงได้
เพราะแดดคือตัวบั่นทอนแรงชั้นเยี่ยมที่สุดแล้วของโลกใบนี้

10 กิโลเมตรข้างหน้าเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ
วันนี้ใจร้ายไปหน่อยตรงที่เราออกกันสายไปนิด ...ราวๆ 10 โมง
เส้นทางช่วงที่สองเริ่มยากขึ้นกว่าเดิม
เพราะมีการขึ้นเขามากขึ้น และเส้นทางขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อมากกว่าเดิม
เข้าใจว่าเป็นเพราะเส้นทางนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมของคนทั่วไปนัก
เพราะไม่มีที่เที่ยวน่าตื่นตาตื่นใจใดๆ นอกจากวิวแม่น้ำโขง
ที่ไหลเลียบลัดเลาะแตะขอบทางบ้างก็มีตลอดทาง

จุดพักจุดที่สองคือศาลาริมทางที่มองออกไปก็เห็นแม่น้ำโขงเป็นสายเล็กๆ
ส่วนที่เหลือก็คือเกาะแก่งใหญ่น้อยพื้นที่มหาศาลที่บ่งบอกว่าฤดูกาลนี้
แม่น้ำโขงแห้งและแล้งนัก

พี่ก้องเล่าให้ฟังว่า ปัญหาเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงในจีนถือเป็นปัญหาใหญ่ของแม่น้ำโขง
แต่อีกปัญหาที่น่าสนใจคือข่าวที่ว่าจะมีการระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขงให้ราบคาบ
เพื่อเปิดทางต้อนรับเรือสินค้าจากประเทศจีนให้ล่องมาค้าขายกับสองฝั่งแม่น้ำ
โชคดีที่โครงการนี้ถูกพับไปด้วยเหตุผลอะไรไม่ทราบ
แต่ที่แน่ๆ อย่างน้อยระบบนิเวศน์ และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในแม่น้ำสายนี้
จะได้ยังคงมีบ้านสวยๆ อยู่สงบๆ ต่อไปอย่างที่ไม่มีใครรบกวน มีแต่พึ่งพากัน

เส้นทางช่วงนี้กำลังถูกซ่อมแซม เลยมีทางเบี่ยงปรากฏอยู่สองแห่ง
ตอนแรกว่าจะขับลุยไปเลย แต่นึกขึ้นมาได้ว่าไม่มียางในสำรอง
ขึ้นเอาจักรยานไปบดกับหินหรวดก้อนเล็กอาจมีแผลแล้วทำให้บางรั่ว
หรือร้ายกว่านั้นก็อาจแตกได้ ดังนั้นเพื่อให้ปลอดภัยที่สุด
จึงลงเข็นดีกว่า

เส้นทางช่วงสุดท้ายก่อนเข้าสู่อำเภอปากชมโหดร้ายกว่าที่คิด
เส้นทางตะปุ่มตะป่ำไปด้วยหลุมบ่อ
จักรยานเคลื่อนตัวไปได้อย่างเชื่องช้าและน่าสงสารชะมัด
เจ็บก้น เจ็บมือ อยากจะเอาขึ้นรถปิคอัพที่วิ่งแซงฝุ่นคลุ้งให้รู้แล้วรู้รอด
แต่จนแล้วจนรอดก็เหมือนใจมันบอกว่าให้สู้ต่อเถอะ
แม้จะช้ากว่าคนอื่นไปหลายสิบนาที
การเป็นคนรั้งท้ายมันเลยพลอยทำให้เราช้ากว่าเดิม
เพราะเหมือนไม่ต้องคอยใคร แต่มีแค่คนคอยเรา
ระหว่างทางนอกจากจะต้องสู้และพยายามแล้ว
ยังต้องคิดค้นเหตุผลที่ช้าไปบอกทีมปั่นด้วย

เขิน อับอาย เสียใจ อยากแทรกแผ่นดินหนี
คืออารมณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
ผมได้แต่ยิ้มแหยๆ เมื่อมาถึงจุดสุดท้ายของการรวมตัว
น้ำเย็นๆ สามแก้วยังไม่เพียงต่อความเหน็ดเหนื่อยในครั้งนี้เลย

การปั่นในวันแรกผมทำได้ไม่ดีนัก
เพราะยังปรับเกียร์ไม่เชี่ยว ยังปั่นได้ไม่ชาญ
เหมือนต้องเรียนรู้กันไปอีกเยอะ

ลูกชายของผมก็เช่นกัน
ฝุ่นเริ่มเกาะจับที่ตัวล้อและโครง ผมไม่คิดล้างมัน
เพราะพี่เอี่ยวเคยบอกว่า
สิ่งเหล่านี้แหละ ที่เหล่าเราชาว Human Ride เรียกมันว่า
'ร่องรอยประสบการณ์'

(อ่านต่อตอนต่อไป)

 

Comment

Comment:

Tweet

Wao!! This type of blog and article i like, Very helpful and knowledgeable, Great work on this post. Thanks

#12 By Outsourcing Bookkeeping Services (120.59.140.199|120.59.140.199) on 2014-05-24 18:29

Excellent post.This was actually what I was looking for, and I am glad that I finally came on this website! I love your work.

#11 By iPhone 5 Case (120.59.5.18|120.59.5.18) on 2014-05-12 17:05

Thank you for sharing This knowledge.Excellently written article. Inspired and I thank you for your message.Please keep it up!
VibraWav is the largest distributor of Vibration Exercise Machine including Vibrating Exercise Machines, Vibration Exercise Machines, and Vibration Exercise Equipment of the newest technology in vibration health.

#10 By Whole Body Vibration Exercise (120.56.141.206|120.56.141.206) on 2014-05-07 12:47

The blog was absolutely fantastic! Lot of great information which can be helpful in some or the other way. Keep updating the blog,
looking forward for more contents...Great job, keep it up.

#9 By Stock Futures Tips (103.7.57.18|10.0.3.11, 111.93.89.14) on 2013-05-27 16:08

เท่จูงงงงquestion

#8 By inthebee on 2012-05-08 19:11

อยากแจมทริปนี้บ้าง

#7 By iamdozenist on 2012-03-20 21:18

ชอบทริปนี้มากครับ ถ้ามีจักรยานก็อยากจะได้ทำแบบนี้บ้าง

Hot!

#6 By GUMBEAR on 2012-03-20 16:32

ติดตามทริปนี้ตลอดเลยค่ะผ่าน Instagram :)Hot!

#5 By @khaifak on 2012-03-19 20:09

ยาวไป ๆ big smile Hot!
รวมเล่มมั้ย confused smile
เพิ่งไปเชียงคานช่วงก่อนปีใหม่
ตอนนั้นตรงกับวันหยุดหลายวัน
คนเยอะมาก เลยรู้สึกไม่ค่อยได้บรรยากาศเท่าไร

ทริปHuman Ride ผมก็ไปแจมมาเหมือนกันฮะ
แต่เป็นช่วงเชียงใหม่-ลำพูน big smile big smile

#2 By นายอะติม on 2012-03-15 07:28

คนเรามันก็ต้องลองอะไรใหม่ๆ ใหญ่ๆ ซิ ถึงจะเรียกว่าชีวิต
แต่ยังดีนะที่มีตัวช่วย
สอง ฮ่าๆๆ
big smile open-mounthed smile confused smile Hot! Hot! Hot!

#1 By Nirankas on 2012-03-15 06:42