จากงานหนังสือ

posted on 19 Oct 2009 01:16 by heyboibz  in DIARY

ขายหนังสือมาได้สี่วันแล้วครับ ผ่านและเผชิญ
คนซื้อจนแทบจะเรียกได้ว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญ
ด้านการขายหนังสือเลยทีเดียว เจอลูกค้ามา
มากมายหลายประเภท ตั้งแต่ประเภทที่ว่า...

มาสอบถามชื่อหนังสือที่ฟังแล้วน่าจะไปทาง
นวนิยายประเภท ก.สุรางคนางค์ ไม่ก็เลยเถิด
ไปถึง ทมยันตี เสียมากกว่า แต่ที่ผมสงสัยคือ
มาถามบูทอะบุ๊คเนี่ยนะ? ขออนุญาตงงจริงจัง
แล้วลองนึกภาพว่า ถ้าอะบุ๊คเกิดอยากออก
หนังสือประเภทนวนิยายขึ้นมา แฟนนานุแฟน
จะล้นหลามเหมือนบูทแจ่มใสมั๊ย? แล้วอีกอย่าง
จะมีช่องไหนติดต่อเอาหนังสือจากอะบุ๊ค
ไปทำเป็นละครหลังข่าวมั๊ยครับ?


อีกคนที่มาแปลก พี่เค้ามาแบบสวยเช้งและ
ยังแต่งหน้าเด้งวิ้งๆ เดินดุ่มๆ มุ่งตรงเข้ามา
ที่บูทแล้วก็จ้องตาสองดวงของผมพร้อมกับ
คำถามประเภทจริงจังว่า "ร้านนี้พอจะมีหนังสือ
ประเภททอมๆ สับสนๆ ทางเพศมั๊ยคะ?"
... คงรู้นะครับว่าผมรู้สึกยังไง ใช่ครับ โครตงง!
แต่ที่ฮากว่านั้น พี่วิชัยก็อยู่ข้างๆ ผม ซึ่งพี่เค้า
กำลังแจกลายเซ็นให้นักอ่านอย่างบันเทิงเริงใจ
ทำหน้างงๆ เช่นกัน เราสองคนมองหน้ากัน
ก่อนที่พี่วิชัยจะพูดว่า "เอาล่ะ พี่ได้แนวมาเขียน
หนังสือใหม่ของพี่ละ!!!"

เรื่อยมาจนถึงนักอ่านผู้โชคร้าย ที่ถูกพายุมรสุม
โปรโมชั่นอะบุ๊ค 3 เล่มใหม่ 456 บาทและ 4 เล่ม
ใหม่
599 บาท พัดถล่มเงินในกระเป๋าตังค์จนหลาย
ต่อหลายคนกลับบ้านไปอย่างผู้ประสบภัยพิบัติ
ขอแสดงความเสียใจต่อเงินในกระเป๋าด้วยนะครับ

----------

แต่มีเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมสะดุดกึก และคิดว่า
จะเอามาเล่าให้ฟังให้คุณๆ ได้ลองเสนอแนะ
ความคิดเห็นหน่อยครับ ว่าเรื่องแบบนี้ควรที่จะ
เป็นไปในแนวทางแบบไหนดี?

เรื่องมันมีอยู่ว่า มีแฟนคลับของนักเขียนท่านหนึ่ง
สอบถามถึงผลงานใหม่ของนักเขียนคนนี้ที่บูท
ผลเลยแนะนำเล่มล่าสุดที่ทางบูทมี พร้อมแนะนำ
เล่มที่ล่าสุดกว่าแต่อยู่ที่บูทอื่น สิ้นสุดการแนะนำ
ผมก็ได้แอบฟังบทสนทนาของทั้งสองแฟนคลับ

เค้าคุยกันเหมือนจะให้ผมได้ยินครับ ดีตรงที่ผม
ไม่ใช่บรรณาธิการสำนักพิมพ์แต่อย่างใด ถ้าผมเกิด
ได้เป็นขึ้นมา คงนั่งฟังแล้วผงกหัวรับเลิกลั่กแน่ๆ
เค้าบอกว่า "...(ชื่อนักเขียน)... ทำไมเขียนช้าจัง
น่าจะเขียนให้มันไวไวหน่อย ไม่อยากออกหนังสือ
หรือยังไง?"

ในฐานะของคนที่เคยรอคอยและติดตามผลงาน
ของนักเขียนหลายๆ ท่าน ผมเข้าใจความคิดนี้ดี
เพราะผมก็เป็นคนหนึ่งที่เคยบ่นเหมือนกันว่า
อยากให้เค้าออกงานเขียนมาถี่ๆ แบบที่ว่า
ถ้าออกได้ทุกฤดูกาลงานหนังสือได้เป็นดี
ผมคิดแบบนั้นมานานมากครับ จนผมได้มีโอกาส
ลองเขียนงานวรรณกรรมขึ้นมาหนึ่งชิ้น

วรรณกรรมที่ว่าคือคอลัมน์ในนิตยสารของโรงเรียน
ยอมรับเลยครับว่าการเป็นคอลัมนิสต์ตอนมัธยมนั้น
เป็นเรื่องที่ลำบากมาก เพราะเราไม่มีประสบการณ์
รวมไปถึงการได้พูดคุยกับคนที่ผ่านการเขียนจริงๆ
มาก่อน จะได้คุยก็แต่กับอาจารย์ภาษาไทย

กว่าจะออกมาได้ซึ่งบทความหนึ่งอย่าง มันต้องผ่าน
กระบวนการมากมายครับ ตั้งแต่เริ่มต้นอยากเขียน
คิดค้นกระบวนการ ลงมือเขียน ปรับแก้ ส่งต้นฉบับ
แค่ในขั้นตอนที่เป็นส่วนของนักเขียนก็ใช้เวลาไป
เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ผมเคยเห็นนักเขียนท่านหนึ่ง
ที่ร้างลาการออกหนังสือไปนานกว่า 5 - 6 ปี เพียงเพื่อ
ไปเขียนหนังสือหนึ่งเล่มให้จบและเป็นที่น่าพอใจที่สุด

แต่ในยุคนี้ ยุคที่วัฒนธรรมการออกหนังสือ ขึ้นอยู่
กับช่วงเวลาของงานสัปดาห์หนังสือแล้ว นักเขียน
กลับออกผลงานมาอย่างถี่ยิบจนน่าตกใจ จนในที่สุด
คำว่า "คุณภาพ" ของผลงานนั้นหายไป

จำได้เลยครับว่า ตอนเขียนคอลัมน์ลงนิตยสารใน
โรงเรียนนั้น แค่คอลัมน์สองหน้าเอสี่ ผมใช้เวลา
เขียนๆ ปรับๆ แก้ๆ ทั้งกับตัวเองและกับอาจารย์
ประมาณสักสามสี่เดือนได้ (นิตยสารออกรายเทอม)
ผมเลยค่อนข้างเข้าใจครับ ว่ากว่าจะออกมาได้
ซึ่งไอเดียหรือความคิดในการเขียนนั้น ต้องผ่าน
กระบวนการมากกว่าแค่คิดออกมาแล้วพิมพ์ลงไป

----------

นักอ่านหลายคนผู้ซึ่งเคยชินกับการติดตามผลงาน
ของนักเขียนบางคน จนออกตัวว่าเป็นแฟนคลับ
คาดหวังไว้ซึ่งการอยากให้นักเขียนคนนั้นออกผลงาน
ตีพิมพ์เป็นเล่มสามเดือนครั้งได้ยิ่งดี

ในความคิดของผม นักอ่านผู้นั้นโครตจะเห็นแก่ตัว
แถมยังไม่เข้าใจถึงความหมายของนักเขียนจริงๆ

นักเขียนคือคนที่ส่งต่อเรื่องราวผ่านตัวอักษร
ที่ต้องกลั่นกรองออกจากความคิด ประสบการณ์
ความรู้ รวมไปถึงเทคนิคทางวรรณศิลป์ ซึ่งแต่ละคน
ก็จะมีเทคนิคที่แตกต่างกันออกไป

หน้าที่ของคนอ่านคือ ซึมซับเอาเรื่องราวและความคิด
ที่นักเขียนพยายามส่งต่อ เพื่อให้หนังสือเล่มนั้น
มีคุณค่าอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนที่สุด ไม่ใช่หรือ?

แล้วทำไมเราถึงต้องไปเร่งนักเขียน?

---------

นักอ่านทั้งหลายครับ รอหน่อยเถอะครับ กว่านักเขียน
จะออกผลงานมาได้แต่ละชิ้นนั้น เค้าต้องเดินทางผ่าน
กระบวนการต่างๆ เยอะแยะยุ่บยั่บ นี่ยังไม่พูดถึงตอนที่
พอต้นฉบับมาถึงสำนักพิมพ์ บก.อ่านต้นฉบับ ปรับแก้ไข
เพิ่มเติม ปรู๊ฟ (พิสูจน์อักษร) รอบแรก ตามมาด้วยการ
จัดหน้า บก.ทบทวนต้นฉบับที่จัดหน้าเรียบร้อยแล้ว
แล้วก็ต้องปรู๊ฟงานอีกที เข้าโรงพิมพ์ แก้ไขม๊อกอัพ
จนที่สุด ก็พิมพ์ออกมาจัดจำหน่าย

เห็นมั๊ยครับ มันต้องผ่านขั้นตอนมากมายสุดๆ กว่าจะ
ออกมาเป็นหนังสือในระดับที่ "ขายได้" สักเล่ม
ส่วนคนที่มีหน้าที่ประเมินว่าหนังสือนั้นมี "คุณภาพ"
หรือไม่ คือตัวผู้อ่านนั่นเอง

ความจริงลองคิดแบบมุมกลับ นักอ่านอาจจะไม่ได้ผิด
ไปเสียทั้งหมด ความผิดน่าจะมาจากสำนักพิมพ์มากมาย
ที่ทยอยส่งหนังสือออกมาสู่แผงอย่างต่อเนื่อง โดยที่
ไม่ได้คำนึงถึงผลตอบรับของผู้อ่านว่าจะมี "คุณภาพ"
หรือไม่ มัวแต่กังวลอย่างเดียวว่าจะ "ขายได้" หรือไม่

จึงไม่แปลกครับ ที่หนังสือประเภท แสกนกรรม ตัดกรรม
พิชิตกรรม บรรลุกรรม จะเกลื่อนเมือง วางแผงตามเซเว่นฯ
จนทำให้เราเอือมระอา เหมือนในยุคก่อนๆ ที่หนังสือ
ประเภทท่องเที่ยวเกลื่อนเมือง แต่เนื้อหาภายใน
กลับไร้แก่นสาร มีแค่คำขวัญ กับที่เที่ยวพร้อมรายละเอียด
แบบลวกๆ ไร้เรื่องราวการเดินทาง และช่องทางที่จะ
ช่วยให้คนอ่านตัดสินใจเดินทาง อย่างที่หนังสือท่องเที่ยว
ควรจะทำหน้าที่ของมันจริงๆ

----------

ในสายตาของคุณคนอ่านทุกๆ วันนี้
คนที่แต่งหนังสือมาให้เราอ่าน
เป็น "นักเขียน"
หรือ "นัก(เร่ง)เขียน" กันแน่?

ผมขอสืบทราบหน่อยครับ :D

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

รับทราบครับผม

ปีนี้ก็อดไปเดินงานอีกแล้วสิ T_T

#1 By เม็ดบ๊วย on 2009-10-19 02:04

Hot! อยากให้นักเขียนเขียนกันช้าๆ กว่านี้มากกว่าค่ะ หมุนเงินมาซื้อไม่ทันแล้วนะ ^^ ฮิๆ

คำที่คนอ่านเค้าคุยกันนั้น ถ้าคนเขียนมาฟังคงเสียใจแย่เลยค่ะ
คนเขียนคนนี้อยากบอกว่า
ไม่ต้องแดกงานเขียนหนูก็ได้ค่ะ ขอให้กิน ทาน หรือละเลียดก็ได้ หนูเขียนไม่ทัน และหนูไม่อยากดูถูกตัวเองและพวกคุณ ด้วยงานเขียนห่าอะไรออกไปก็ได้
- -" อา แทงใจ

เพระานักเขียนที่เคยชอบมากกกกกก มากมากกกกก
(นิยายนะคะ)
แกเร่งเขียนแบบ เร่งมาก เร่งจนเราอ่านแล้วแบบ
เขียนเ-ี้ยอะไรออกมาวะ หลับหูหลับตาซื้อไม่ได้
(เลวลงขนาดที่ฉันเขียนอ่านเองยังดีกว่า)
อ่อนทั้งพล็อตและภาษา ที่สำคัญ
"ทัศนคติ" เลวมากๆ สำเนียงในนิยายมันไม่ใช่คนเดิม
มันเป็นสำเนียงของคนที่คิดว่าตัวเองเทพ เจ๋ง มองลงมายังคนข้างล่างที่เป็นแค่มดปลวก เป็นอะไรที่เราเสียใจมาก เสียใจที่สุด

อย่าเป็นงั้นเลย ตั้งใจเขียนกันดีกว่า
เฮ้ย ลืมให้ดาว Hot! Hot! Hot!
ขอโทษค่ะ 555
เหอะๆ เหมือนทำอาหาร ต้องมีวัตถุดิบ
และกรรมวิธีการปรุง....confused smile

#5 By wesong on 2009-10-19 07:01

มีเร่งนักเขียนด้วยเนอะ

อยากให้นานๆที ผลิตมากกว่า

จะได้เว้นช่วงให้รอหน่อยbig smile open-mounthed smile confused smile

สู้ๆนะคะ ยังต้องขายอีกหลายวันไม่ใช่หรอ

เสียดาย..ไม่ได้ไปHot!

#6 By inthebee on 2009-10-19 09:33

เพราะเราใช้ระบบผีสั่งเขียน (Ghost Writer) กันเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ครับ หนังสือมันเลยเป็นแบบนี้ ผลกระทบเลยออกมาถึงนักอ่าน

จะว่าไปมันก็เหมือนกับงานเปิดตัวของงานใหญ่ทุกงานนั่นแหละครับ เมื่อหนังสือใหม่ ๆ ออกเฉพาะงานนั้นตามที่คนรับรู้จากหลาย ๆ เจ้า ความคาดหวังย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา

แต่ที่เจอแต่งสวยหน้าเด้งแนวถามหานิยายทอม-ดี้ + เลสเี้บี้ยน นั่นแหละครับ Heyboibz เจอสาววายตัวจริงแล้ว 5555+

#7 By nora on 2009-10-19 09:39

ต้องเว้นช่องให้คิดถึง open-mounthed smile Hot!
มันก็คงจริงนะค่ะ

ตัวเล็กเองมีหนังสือเรื่องนึงติดตามอยู่

ตอนนี้มี3เล่มค่ะ ออกปีล่ะเล่ม

เล่ม4ยังเป็นพล็อตเลื่อนลอยอยู่เลย

ก็แอบโกรธนักเขียนนะค่ะ แบบพอเค้าออกเล่มใหม่

เอามาอ่านมันก็ไม่ต่อกับเล่มเก่า อ่านแล้วงงๆ

เหมือนไม่เคยอ่านมาก่อน

แบบจำพล็อตเรื่องเดิมไม่ได้แล้ว

พอมาอ่านเอนทรี่นี้แล้วทำให้คิดอะไรๆได้มากขึ้น

ขอบคุณนะค่ะ ที่ช่วยเตือนสติ

ทำให้เข้าใจคนเป็นนักเขียนมากขึ้นbig smile

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#9 By HONEYz on 2009-10-19 11:06

ไม่แน่ ถ้านักเขียนคนนั้นได้ยินประโยคนี้กับหูตัวเอง
เขาอาจจะดีใจก็ได้ ที่มีคนรอติดตามผลงานของเขาขนาดนี้ big smile

#10 By me-diy on 2009-10-19 13:03

Hot! Hot! Hot!
เป็นคนอ่านหนังสือเหมือนกัน...และเข้าใจด้วยว่าการเขียนอะไรมันต้องใช้เวลาไม่ใช่ว่าจรดปากกาปุ๊บมันจะเขียนได้เลย เพราะฉะนั้นไม่เคยเบื่อหน่ายการรอคอยจากนักเขียนคนโปรดค่ะbig smile big smile big smile

#11 By Nart on 2009-10-19 14:49

หนังสือใหม่เยอะมากก

#12 By dong=ดอง,โด่ง on 2009-10-19 15:27

ลงชื่ออ่าน

#13 By ซูเนะโอะ on 2009-10-19 15:33

การจะเป็นนักเขียน การจะเขียนเรื่องสักเรื่อง มันไม่ง่าย big smile

เพื่อที่จะทำให้ได้ดีที่สุด คงต้องใช้เวลา

จุดประสงค์ก็เพื่อคนอ่านจะไม่ผิดหวัง และได้อะไรๆไปจากงานของเขา

นักอ่านที่ไม่เข้าใจตรงนี้ คงจะมีคำถามเหมือนสองคนที่เล่ามา

สำหรับฝ้าย นักเขียนไม่ได้เขียนเพื่อเงินทองเป็นจุดประสงค์หลัก (ถึงเงินทองจะเป็นสิ่งสำคัญมากๆ) ถ้าคิดถึงเงินทองตั้งแต่แรกคงไม่ได้เป็นนักเขียนแน่นอนแหละค่ะ

#14 By vinn* on 2009-10-19 16:11

เคยคิดเหมือนกันครับว่าทำไมนักเขียนที่เราชอบออกหนังสือมาช้าจัง

แต่ก็นั่นแหละ มันต้องผ่านกระบวนการอะไรมากมาย

หากว่าหนังสือออกมาเร็วเกินไป กันก็คงจะสวนทางกับเรื่องคุณภาพครับbig smile big smile

#15 By Clepsydra:: on 2009-10-19 16:27

Hot! Hot! Hot!

คนที่พูดเค้าคงไม่รู้ว่ากว่าจะได้งานดีดีนั้นต้องใช้เวลา
แล้วเค้าก็คงอยากอ่านงานของนักเขียนที่ตัวเองชอบแหล่ะค่ะ

ส่วนเรารอได้
งานดีดีคุ้มค่ากับการรอค่ะ
:3

#16 By BLUE. on 2009-10-19 16:29

มีเพื่อนเป็นนักเขียนเจ้าค่ะ
เลยรู้ว่ากว่ามันจะออกมาเป็นผลงานสักเล่มมันต้องใช้เวลาขนาดไหน นักเขียนบางคน บางครั้งก็ต้องการตอบสนองนักอ่านเหมือนกัน แต่ถ้าอดใจรอแล้วได้พบกับงานที่มีคุณภาพ มันน่าจะเป็นที่พอใจกับทั้งนักเขียน และนักอ่านนะเจ้าค่ะ cry

Hot! Hot!

#17 By †:.Sesary.:† on 2009-10-19 16:38

ดีคร้า


ชื่อ พี ค่ะ

ฝากติชม ผลงานด้วยนะ
อยากไปจังเลยค่ะพี่
แต่เปิดเทอมแล้ว อดไป !angry smile

#19 By KamPoY DekCha'ng on 2009-10-19 17:33

= =+

ไปมาแล้วค่ะ 55555

หมดกับบูทนี้ไปนิดหน่อย = =;;

.....

ความจริง ถ้าเค้ามาหานิยายสับสนทางเพศ

บูทด้านขวา A BOOK อ่ะพี่

มีขายทั้งบูทเลย = =;;;

555555

จริงๆนะ !! sad smile

Hot!

#20 By rap_rhapsody on 2009-10-19 18:02

ปาดดดดดดดดดดดดดดดมากก
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#21 By freeda on 2009-10-19 18:38

คนไม่เคยเขียนไม่รู้หรอกว่ามันยากแค่ไหน
.
.
.

ที่เค้าช้าเพราะกำลังบ่มให้งานมันสุกงอมได้ที่ มีรสชาติที่ดีที่สุดต่างหาก

แปะดาว Hot! Hot! Hot!

#22 By Hamon on 2009-10-19 20:53

โอ...อ่านแล้วเห็นถึงสัจธรรมที่มันเป็นอยู่ทุกวันนี้จริงๆฮะ
เมื่อก่อนชิ้นก็เป็นแบบนั้น ทำไมนักเขียนถึงได้ชักช้าแบบนี้ฟะ ?
แต่พอเวลาผ่านไปก็พอจะรู้ว่าเมื่อก่อนชอบอ่านแบบลวกๆนั่นแหละ
เดี๋ยวนี้พยายามอ่านหนังสือให้คุ้มค่าและเห็นมุมมองทัศนคติที่แฝงอยู่จริงๆ
ไม่ใช่แค่อ่านเพียงเพราะจะเพิ่มสถิติตัวเองว่า
เฮ้ย ! อ่านจบมา...เล่มแล้วนะ
เดี๋ยวนี้ถึงแม้เด็กไทยจะหันมาอ่านหนังสือกันมากขึ้นก็ตาม
แต่ที่เห็นก็ยังคงอ่านโดยมองไม่เห็นคุณค่างานเขียนโดยตรงสักที

#23 By sarinubia on 2009-10-19 20:55

หนังสือเหมือนของมึนเมาครับ

ต้องหมักให้ได้ที่ก่อน
อยู่ที่เจ้าไหนจะหมักเบียร์ เหล้าขาว
หรือเจ้าไหนจะหมักไวน์

แต่จะไวน์หรือเบียร์ก็คนชอบก็ต่างกันอยู่ดี

#24 By วิชัย... on 2009-10-19 21:05

เพิ่งไปงานกลับมาสดๆ ร้อนๆ ค่ะ

เห็นด้วยที่นับวันหนังสือคุณภาพก็น้อยลงๆ ทุกที
อยากอ่านหนังสือคุณภาพ
แต่หลายๆครั้ง ถ้ามันห่างหายไปนาน
ความอยากอ่านก็จะหายไปด้วย

ประมาณว่า แม้คุณภาพจะสำคัญที่สุด(ในความคิดของเรา)
แต่เวลาก็สำคัญไม่แพ้กันน่ะค่ะ big smile

#25 By Monovie on 2009-10-19 21:47

ไม่รีบดีกว่าเนอะ...ช้าๆได้พร้าเล่มงาม
นำ้ขึ้นก็ค่อยๆ ตัก :-)Hot! Hot!

#26 By tongg on 2009-10-19 22:20

โฮ่~~
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#27 By frozen on 2009-10-19 23:33

เร่งให้เขียนงานออกมาเร็วๆ
ทำง่ายกว่า
เขียนงานด้วยความรีบเร่งให้ออกมาดี

big smile

#28 By Millhz on 2009-10-20 00:52

เราน่าจะเจอกัน
ไปบูธ a book มา 4 วันติดกันแล้วค่ะ
แ่ต่ไม่ถามอะไร
แค่เล่นสนุกกับคนที่เบียดๆกันเข้ามาดูหนังหนังสือก็สนุกแล้ว
^^

#29 By bee_jung on 2009-10-20 03:28

จะไปเหมือนกันค่ะ
บู๊ทอะบุ๊ก คือ จุดหมายแรกเลย surprised smile surprised smile

#30 By MINKKY on 2009-10-20 03:33

Hot! Hot! Hot!

เป็นคนอ่านหนังสือแต่ไม่เคยคิดที่จะเบื่อที่จะรอผมงานของนักเขียน เพราะรู้ว่านักเขียนคงต้องใช้เวลาในการเขียนเรื่อง และไม่เคยผิดหวังกับการรอคอย^^
(การ์ตูนก็มี รอเป็นปีๆเลย 555)

#31 By Per(i)•MoOn ★ on 2009-10-20 06:57

การเขียนงานออกมาสักชิ้นไม่ใช่เรื่องง่ายค่ะ

ฉันไม่เคยเร่งให้นักเขียนที่ตัวเองชอบออกหนังสือเร็วๆ
อยากให้เขาค่อยกรั่นกรองมันออกมาช้าๆ
พอเราได้อ่าน เราก็จะอ่านมันอย่างมีความสุขค่ะHot!

#32 By MeaNing on 2009-10-20 17:44

Hot!
เป็นนักอ่านที่อยากอ่านงานของนักเขียนที่ชอบเร็วๆ
แต่งานที่อยากอ่าน ก็ต้องมีคุณภาพด้วยค่ะ
เรายินดีรอถ้าจะได้พบกับงานคุณภาพค่ะ
เข้าใจว่า สมัยนี้ใครกำลังขายได้ก็ต้องรีบเร่งเข็นกันออกมา เข้าทำนองน้ำขึ้นให้รีบตักล่ะมั้ง
เคยอ่านเจอนิยายเรื่องนึงที่คนเขียนใช้เวลาเขียนทั้งเล่มไม่ถึงสองอาทิตย์ โอ้โห อึ้งมาก กลัวคุณภาพล่วงหน้าเลยค่ะ อาจจะมีคนที่สามารถเขียนได้เร็วมากๆและมีคุณภาพจริงๆ แต่เราก็ไม่กล้าเสี่ยงอ่ะ sad smile

#33 By hiyoNo on 2009-10-20 18:14

อ่านแล้วนึกถึงพวกนักเขียนการ์ตูนรายสัปดาห์ด้วยค่ะ (ของญี่ปุ่น)

ตอนนึงกว่าจะคิดเรื่องกว่าจะเขียน ชีวิตเหมือนอยู่บนเส้นด้ายมาก 55

โอ๊ะ นอกเรื่องไปนิด กลับมาที่นักเขียน เห็นด้วยค่ะว่ากว่าจะเขียนออกมาได้มันไม่ใช่ง่าย ๆ เลย เพราะงั้น ห้ามเร่งค่ะ confused smile

เรามีนักเขียนที่ตามอยู่เหมือนกัน เห็นเขาออกเล่มใหม่ก็ดีใจ (ปนเสียใจต่อเงินในกระเป๋า ฮา) แต่ไม่เคยคิดให้รีบออกเลย (พยายามทำตัวเป็นแฟนที่ดีนั่นเอง ฮา)

#34 By ★☆KyuubixUsagi on 2009-10-20 18:24

ไปวันที่ 25 จะเจอพี่เบนซ์ไหมคะ
ขอสืบทราบหน่อย :D

#35 By inthebee on 2009-10-21 10:17

อยากอ่านงานของ "นักเขียน"
แต่นักเขียนก็เขียนดีจนอดไม่ได้ที่จะอยากอ่านอีกเยอะๆ เลยอยากให้ "นักเขียน" แต่งเร็วๆน่ะ

มันเป็นความรู้สึกรอคอยของนักอ่าน
และบอกผ่านไปให้รู้ว่าติดตามอยู่

ถ้าดันเป็นการกดดัน หรือ เร่ง นักเขียนไป งี้จะทำยังไงดีล่ะ

คุณนักเขียนก็มั่นคงหน่อยละกันเน้อconfused smile

ป.ล.นักเขียนบางคน ออกหนังสือเร็วไป ก็ตกใจอีก เค้าทำกันได้ไง สองเดือนเล่ม สามเดือนเล่ม
ช็อกอย่างแรง! (แต่ใจเย็น ปรากฎการณ์นี้ ผมพบเห็นในนิยายรักเท่านั้นsad smile )

#36 By [ Sai ];charot on 2009-10-21 12:38

'quality' is more important than 'speed'
big smile big smile

#37 By 333 on 2009-10-21 12:44