จ่อหน้าจอ: คนบันดาลใจ

posted on 20 Jul 2009 05:42 by heyboibz  in TELEVISION

1.
เมื่อคืนวันอาทิตย์ก่อนคืนวันจันทร์ (วันนี้) แค่สามสิบนาที
ผมได้มีโอกาสจ่อหน้าจอดูรายการ 'The Idol - คนบันดาลใจ'
ซึ่งเป็นตอนของท่าน ว.วชิรเมธี พระที่ผมก็ยกให้ท่าน
เป็นไอดอลทางความคิดของผมด้วยครับ

ด้วยลีลาการเทศน์ที่ไม่เหมือนใคร ไม่ต้องตลกโปกฮา
จนหมิ่นเหม่อาบัติหรือปาราชิก แต่ท่านกลับยกตัวอย่าง
และเปรียบเทียบกับสิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจง่าย

ฟังมาจากส่วนหนึ่งในรายการ ท่านบอกว่า
แนวการเทศน์ของท่านคล้ายกับท่านพุทธทาสภิกขุ
คือคนเราต้องมีดวงตาสองดวง ดวงแรกไว้มองเห็นทางโลก
อีกดวงเอาไว้มองเห็นทางธรรม ฉะนั้น การสอนธรรมมะ
ก็ควรที่จะเอาเรื่องทางโลกมาประยุกต์ใช้กับทางธรรมได้

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับหลักการเทศน์แบบนี้เลยครับ
เพราะหนึ่ง เราในฐานะมนุษย์ผู้ที่ยังไม่ได้บวชเรียน
การจะเข้าใจถึงหลักคำสอนนั้น ถือได้ว่าเป็นเรื่องยากเลยทีเดียว
แต่ถ้ายกให้เป็นเรื่องของการปฏิบัตินั้น ถือว่าง่ายเอามากๆ
ซึ่งสอง การปฏิบัติตัวของมนุษย์ส่วนใหญ่ กรรมต่างๆ
การกระทำเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นในกรณีทางโลกเป็นหลัก
ฉะนั้น การสอนธรรมะ แน่นอนว่าจึงควรประยุกต์เอาทั้งสองโลกที่ว่า
ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันให้ได้

-----

2.
นั่งฟังต่อถึงเรื่องทางเดินของชีวิต ท่าน ว.วชิรเมธี เคยถึงขั้น
'ผ้าเหลืองร้อน' อยากลาสิกขาไปทำร้านขายของฝากประเภทไส้อั่ว
น้ำพริกหนุ่ม แค่บหมูเลยทีเดียว พอไปปรึกษาเพื่อนที่เป็นพระด้วยกัน
เพื่อนก็ถามว่า มีเงินไหม? ท่านก็ตอบว่าไม่มี เพื่อนก็เลยตอบว่า
'งั้นก็เลิก(คิด)' ซึ่งผมมองว่า ง่ายดีนะครับ ไม่ต้องคิดอะไรเลย
เมื่อเราอยากทำบางสิ่งบางอย่างแล้ว แต่เราไม่มีปัจจัยเหล่านั้น
ในฐานะที่เป็นพระ การหาปัจจัยเป็นเรื่องลำบาก อย่างนี้แล้ว
จึงเลิกคิดไปได้เลย

ท่านตัดสินใจว่าจะลงใต้ ไปศึกษาแนวทางการเทศน์ของท่าน
พุทธทาสภิกขุ ท่านไปสถานีรถไฟสามเสนครับ ซื้อตั๋วจะลงใต้
คนขายตั๋วบอกว่าต้องไปหัวลำโพงต่างหาก ท่านก็คิดได้ครับ
ว่าการจะเลือกกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ก็ต้องเลือก
ทางให้ถูกด้วย เพราะไม่งั้นก็จะผิดไปตลอดทาง

ปนิธานของท่าน ว.วชิรเมธีมีมากมายครับ ตั้งแต่ความตั้งใจ
ที่จะสร้างห้องสมุดในโรงเรียน เพราะท่านเคยประสบพบเจอ
กับห้องสมุดนี่เวลาท่านนั่งอ่านหนังสือพิงผนัง พอลุกขึ้นมา
ปูนก็ลอกติดจีวรท่านมาด้วย รวมไปถึงความตั้งใจในการ
เรียนภาษาอังกฤษ ที่ผมขอชื่นชมในการพูดจาของท่านมาก

ท่านไปที่โรงเรียนสอนภาษาซึ่งเป็นของศาสนาคริสต์
ซึ่งในตอนแรกก็ถือว่าเป็นเรื่องแปลก ที่พระจะมาเรียน
ในโรงเรียนคริสต์ได้ ท่านก็ถามทางโรงเรียนว่า
'พระเจ้าสอนให้รักทุกคนใช่หรือไม่? ...'
'งั้นโยมช่วยไปบอกพระเจ้าให้รับอาตมาไปด้วยสักคนนะ'
(ขออภัยที่จำคำพูดมาได้ไม่สมบูรณ์นัก จำเอาครับ)
แค่นั้นแหละครับ ทางโรงเรียนก็บอกว่า
'งั้นพรุ่งนี้เชิญท่านมาเรียนได้เลยนะคะ'

...:D

-----

3.
อีกเรื่องที่ผมฟังแล้วก็ชอบ คือเรื่องของความฝันครับ
ท่านกล่าวในรายการว่า 'ความฝันก็เหมือนบันได
เมื่อเราพิชิตขั้นที่หนึ่งได้ ก็จะมีขึ้นที่สองรอเราอยู่'
ซึ่งว่าจริงอย่างยิ่งครับ มนุษย์เราอยู่ได้ด้วยความฝันครับ
เมื่อไหร่ก็ตามที่เราหยุดฝัน เราจะกลายเป็นคนที่ตายแล้วทันที
พระอาจารย์บอกว่า 'คนที่ฝันไม่ได้ ก็มีแต่พระอรหันต์
กับมนุษย์ที่ตายแล้วเท่านั้นแหละ'

เหมือนจะได้คำตอบของอีกหนึ่งคำถามครับ
'คนเราเกิดมาทำไม?' ผมก็ยังไม่รู้จนถึงเมื่อวานนี้
แต่หลังจากวันนี้เป็นต้นไป ผมมีคำตอบไว้ตอบคนอื่นแล้วครับ
'คนเราเกิดมาเพื่อมีความฝันครับ :D'

-----

4.


-----

5.
พบข้อความข้างบนได้ ใน E-BO E-BOOK ฉบับล่าสุด Who am I?
นะครับผม (ขอบอกว่าไม่ค่อยมีอะไร แต่ก็อ่านเพลินๆ ดูเพลินๆ ครับ)

-----

6.
ขอตัวไปฝันก่อนนะครับ เช้าแล้ว!

-----

ปล.
ชมรายการ The Idol - คนบันดาลใจ ย้อนหลังได้ที่
http://hiptv.mcot.net/listProgramCat.php?catId=18
หรือจะดูผ่านทางยูทูปได้ที่นี่เลยครับ :D

ปล.2
ชื่อเต็มของท่าน ว.วชิรเมธี
คือ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เราเกิดมาเพื่อมีชีวิตระหว่างความจริงและความฝันquestion

#1 By วิชัย... on 2009-07-20 06:09

ผมก็คิดเหมือนคุณคือ ลักษณะการเทศของท่านจะเป็นแบบที่คนธรรมดาเข้าใจง่าย มนุษย์โลกเข้าใจง่าย เหมือนท่านพุทธทาส

กำลังหาเวลาไปนั่งฟังธรรมที่สวนโมกข์ครับ เผื่อว่าจะรู้ว่าชีวิตนี้เกิดมาเพื่ออะไร

#2 By Clepsydra:: on 2009-07-20 08:29

ฝันกันต่อไป .. ก้าวไปกับฝัน.. confused smile
เพราะฝันนั้นคือส่วนหนึ่งของความจริง..confused smile

ขอบคุณสำหรับความฝันใหม่ ๆ ที่คราวนี้ครับ..confused smile


สุขสงบในทุกความฝันเน่อ..confused smile

ป.ล.อย่าฝันเพลินเกินเหตุ .. จนชีวิตมีแต่ฝัน..อิอิ..confused smile


Hot!

#3 By happiness in my bag.. on 2009-07-20 09:22

มีแง่คิดได้ทุกเรื่องในชีวิต...confused smile

#4 By wesong on 2009-07-20 09:22

load e book ตรงไหน
embarrassed

#5 By julluj on 2009-07-20 09:39

มีคำพูดนึงที่ผมจำมาจากใครก็ไม่รู้ แต่ผมมักจะบอกน้องๆเสมอเวลาที่ทำค่ายด้วยกัน

"คนที่อยู่โดยปราศจากความฝัน ..ก็เหมือนคนที่ไม่มีชีวิต"

พอได้ยินเรื่องของท่านว.แล้ว ก็ยิ่งเชื่อในคำพูดนั้น

ชอบครับ ชอบ Hot!

#6 By ecOnuizer on 2009-07-20 10:30

คนเรามัวแต่กราบไหว้บูชาอะไรก็ไม่รู้

คำสอนของพระพุทธเจ้าเนี้ยแหละที่ควรจะรู้

มีพระอย่างท่าน ว. เยอะ ๆ ก็คงดี

ตอนนี้มารในผ้าเหลืองเยอะเหลือเกิน...sad smile
ชอบรายการนี้ รวมถึงชอบบทความนี้ด้วยครับ

Hot! confused smile

#8 By emustra on 2009-07-20 12:59

+ มาเพิ่ม
เอา ภาพประกอบไหม
เดี๋ยวไรท์เลย...

หรือว่าอัพขึ้นยูทูปดี...

#9 By julluj on 2009-07-20 13:16

big smile big smile big smile
บางๆคะHot!

#10 By freeda on 2009-07-20 14:07

ดีค่ะดี....


Hot!
อ่านแล้ว ได้รู้ถึงชึวิตและหลักการเทศน์ของท่านขึ้นมาเล็กน้อย

กินใจดีนะครับ ผมชอบตรงที่ท่านไปเรียนภาษาอังกฤษในโบสถ์คริสต์ การพูดจาและการตัดสินใจของท่าน ผมอ่านแล้ว ท่านเจ๋งดี

ชอบตรงที่สอนเรื่องความฝันด้วย คนเราทุกคนต้องมีความฝัน

#14 By หนึ่ง on 2009-07-21 00:47

อ่านแล้วได้ข้อคิดดีจัง Hot!

#15 By hackerlife on 2009-07-21 01:45

Hot! Hot! Hot!

#16 By -o- Jotakun -o- on 2009-07-21 10:09

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
เสียดายวันนั้นไม่ได้ดู
คนเราเกิดมาเพื่อมีความฝันHot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#18 By VILITT on 2009-07-21 13:36

ชอบๆ Hot! Hot! คนเราเกิดมาเพื่อฝัน

#20 By zero-be on 2009-07-21 17:08

อืมมมมมม อ่านแล้วทำให้ได้แรงเพิ่มดีจัง
ขอบคุณที่นำมาแบ่งปัน
.
.
งั้นขอตัวไปฝันต่อละกัน confused smile confused smile confused smile

#21 By Madaewee @ Hippie''70' s on 2009-07-21 19:05

สิ่งที่เธอทำ นำเธอเข้าใกล้เป้าหมายแล้วหรือยัง?


ชอบบบบบบบbig smile

#22 By s.mile on 2009-07-21 22:13

คนที่ไม่มีฝัน

มีสองประเภท

หนึ่งคือพระอรหันต์

สองคือคนที่ตายแล้ว

^0^

#23 By tae_moship on 2009-07-22 00:19

สาธุครับ Hot!

#24 By Underbite on 2009-07-22 05:08

เห็นด้วยค่ะที่ว่า

"การจะเลือกกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ก็ต้องเลือกทางให้ถูกด้วย เพราะไม่งั้นก็จะผิดไปตลอดทาง"


big smile

#26 By marukogg on 2009-07-22 08:42

Hot!
ดูเป็นเรื่องเล่า และคำสอนที่เรียบๆ ง่ายๆ
แต่ทำให้เข้าใจได้ดีกว่า และซึ้งกว่าซะอีกนะคะ
big smile

#28 By แอ้ on 2009-07-22 12:01

เป็นพระที่เท่มากbig smile big smile big smile Hot! Hot! Hot! Hot!

#29 By ploilek on 2009-07-22 16:00

ท่านว. นับว่าเป็นปราชญ์ เลยล่ะค่ะconfused smile

#31 By Pat on 2009-07-22 19:04